Menu
NEWS & ACTIVITIES

ตลาดวัตถุดิบปุ๋ยโลกเผชิญแรงกดดันระยะสั้น ยูเรียอ่อนตัวหลังผลประมูลอินเดีย ขณะที่โพแทชเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว

ตลาดวัตถุดิบปุ๋ยโลกในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 เริ่มเผชิญแรงกดดันด้านราคาในระยะสั้น แต่ขณะเดียวกันความเสี่ยงด้านอุปทานในระยะถัดไปกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ ยูเรีย (Urea) ซึ่งได้รับแรงกดดันจากผลการประมูลนำเข้าของอินเดียที่มีราคาเสนอขายต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ขณะที่ แอมโมเนียมซัลเฟต (Amsul) มีทิศทางแตกต่างกันตามภูมิภาค จากข้อจำกัดด้านการส่งออกของจีนและอุปทานที่ตึงตัวในยุโรป ส่วน ฟอสเฟต (DAP/MAP) ยังคงมีราคาอยู่ในระดับสูง แต่ความต้องการซื้อเริ่มชะลอตัว เนื่องจากผู้ซื้อรอความชัดเจนของทิศทางราคาและต้นทุนวัตถุดิบ
ด้าน โพแทช (MOP) เริ่มมีสัญญาณว่าราคาอาจผ่านจุดต่ำสุดในบางตลาด โดยเฉพาะบราซิล ขณะที่ข้อจำกัดด้านการผลิตและโลจิสติกส์ของรัสเซียเริ่มช่วยพยุงราคา แม้ความต้องการตามฤดูกาลยังไม่แข็งแรง
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า ตลาดวัตถุดิบปุ๋ยกำลังอยู่ในช่วงที่แรงกดดันด้านราคาในระยะสั้นสวนทางกับความเสี่ยงด้านอุปทานในระยะกลาง ส่งผลให้ทิศทางของแต่ละผลิตภัณฑ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง

ยูเรีย (Urea)
ผลประมูลอินเดียกดดันราคา แต่ข้อจำกัดด้านอุปทานยังเป็นปัจจัยเสี่ยง
ตลาดยูเรียได้รับแรงกดดันด้านราคาชัดเจนขึ้นหลังการประมูลนำเข้าของบริษัท Indian Potash Limited (IPL) เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีปริมาณเสนอขายรวมประมาณ 5.35 ล้านตัน เทียบกับความต้องการจัดซื้อ 1.7 ล้านตัน
ราคาเสนอขายต่ำสุดอยู่ที่ 352.10 USD/ตัน CFR สำหรับฝั่งตะวันออก และ 356.25 USD/ตัน CFR สำหรับฝั่งตะวันตกของอินเดีย ส่งผลให้ตลาดต้องปรับการประเมินระดับราคายูเรียใหม่ โดยราคาสุทธิที่ผู้ส่งออกจีนอาจได้รับจากการขายตามระดับราคาประมูลดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 320-325 USD/ตัน FOB
อย่างไรก็ตาม ณ วันที่จัดทำรายงาน การประมูลยังอยู่ระหว่างขั้นตอนยืนยันปริมาณ โดยมีการจัดซื้ออัตโนมัติแล้วประมาณ 410,000 ตัน และข้อเสนอราคาซื้อกลับของ IPL มีผลถึงวันที่ 10 ตุลาคม
 
สถานการณ์ตลาดสำคัญ
จีน - ราคา Granular Urea ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 410-430 USD/ตัน FOB โดยตลาดยังจับตาว่าผู้ส่งออกจีนจะตอบรับระดับราคาที่เกิดจากการประมูลอินเดียมากน้อยเพียงใด
บราซิล - ราคายูเรียอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 455-470 USD/ตัน CFR ขณะที่ปริมาณนำเข้าเดือนกันยายนอยู่ที่ประมาณ 710,000 ตัน และยอดนำเข้าช่วงมกราคม-กันยายนลดลง 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ประเทศไทย - กำลังเข้าสู่ช่วงหลังฤดูกาลใช้ปุ๋ยไนโตรเจนหลัก ทำให้ความต้องการนำเข้าในระยะสั้นลดลง และผู้ซื้อมีแนวโน้มติดตามทิศทางราคาก่อนตัดสินใจจัดซื้อเพิ่มเติม
 
แม้ตลาดมีแรงกดดันขาลง แต่ปัญหาการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ การหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน และความยืดหยุ่นด้านอุปทานที่จำกัด ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ราคากลับมาฟื้นตัวได้
แนวโน้ม 30-60 วัน: Bearish Near Term / Potential Rebound
ราคามีโอกาสปรับลดลงเพิ่มเติม หากผู้ส่งออกจีนยอมรับระดับราคาจากการประมูลอินเดีย อย่างไรก็ตาม ราคาที่ลดลงอาจกระตุ้นการเติมสินค้าคงคลัง และทำให้ตลาดกลับมาฟื้นตัวในช่วงถัดไป หากข้อจำกัดด้านอุปทานยังดำเนินต่อ

แอมโมเนียมซัลเฟต (Ammonium Sulphate: Amsul)
อุปทานจีนยังจำกัด แต่ตลาดเอเชียและยุโรปมีทิศทางแตกต่างกัน
ตลาด Amsul ยังคงได้รับแรงพยุงจากข้อจำกัดด้านการส่งออกของจีน โดยมาตรการตรวจสอบสินค้าและการจัดสรรโควตาส่งออกยังส่งผลต่อปริมาณสินค้าที่เข้าสู่ตลาดโลก
ราคา China Standard Amsul อยู่ที่ประมาณ 210-215 USD/ตัน FOB ขณะที่ Compacted Amsul อยู่ที่ประมาณ 210-225 USD/ตัน FOB
ประเด็นสำคัญที่ตลาดติดตามคือ ความเป็นไปได้ในการจัดสรรโควตาส่งออก Amsul รอบที่สองของจีน ซึ่งยังไม่มีการยืนยัน หากมีการอนุมัติปริมาณเพิ่มเติม อาจเพิ่มอุปทานและสร้างแรงกดดันต่อราคาในตลาดเอเชีย
ในด้านอุปสงค์ บราซิลนำเข้า Amsul ในเดือนกันยายนประมาณ 500,000 ตัน ลดลง 44% จากปีก่อน ขณะที่ยอดนำเข้าช่วงมกราคม-กันยายนลดลงประมาณ 19% เหลือต่ำกว่า 3.8 ล้านตัน
ราคา Standard Amsul ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังทรงตัวที่ประมาณ 240-250 USD/ตัน CFR
ในทางกลับกัน ตลาดยูโรปยังมีอุปทานค่อนข้างตึงตัว โดยราคา Standard Caprolactam-grade Amsul ในยุโรปตะวันตกเฉียงเหนืออยู่ที่ประมาณ 270-290 ยูโร/ตัน FOB
นอกจากนี้ โควตานำเข้าแบบปลอดภาษีของสหภาพยุโรปจำนวน 413,000 ตัน ถูกใช้เต็มแล้ว ส่งผลให้สินค้าจากแหล่งกำเนิดที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดต้องเสียภาษีนำเข้า 6.5%
แนวโน้ม 30-60 วัน: Mixed / Regionally Differentiated
ตลาดเอเชียอาจเผชิญแรงกดดันหากจีนเพิ่มโควตาส่งออก ขณะที่ตลาดยูโรปมีแนวโน้มได้รับแรงพยุงด้านราคามากกว่า หากอุปทานยังตึงตัว

ฟอสเฟต (DAP / ΜΑΡ)
ราคายังสูง แต่แรงซื้อชะลอตัวและต้นทุนกำมะถันเริ่มเป็นตัวแปรสำคัญ
ตลาดฟอสเฟตยังคงมีราคาอยู่ในระดับสูง แม้ว่าความต้องการซื้อในหลายตลาดจะอ่อนแอลง โดยผู้ซื้อเริ่มชะลอการจัดซื้อเพื่อรอความชัดเจนของทิศทางราคา โดยเฉพาะหลังต้นทุนกำมะถันเริ่มปรับลดลง
อินเดีย - ราคา DAP ทรงตัวที่ประมาณ 891-903 USD/ตัน CFR แต่กิจกรรมการซื้อยังค่อนข้างจำกัด และมีสินค้าคงคลังบริเวณท่าเรือประมาณ 620,000 ตัน
การประมูล DAP ของ HURL ปริมาณ 50,000 ตันในรอบแรกไม่มีผู้เสนอขาย และมีการเปิดประมูลใหม่โดยกำหนดปิดรับข้อเสนอวันที่ 9 ตุลาคม
บังกลาเทศ - อยู่ระหว่างการจัดซื้อ DAP ประมาณ 500,000 ตัน ที่ระดับ 938 USD/ตัน CFR Liner Out ซึ่งถือเป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญด้านความต้องการในภูมิภาค
ประเทศไทย - ราคาเสนอขาย DAP จากซาอุดีอาระเบียอยู่ที่ประมาณ 945 USD/ตัน CFR และจากโมร็อกโกประมาณ 950 USD/ตัน CFR แต่ผู้ซื้อยังมองว่าระดับราคาดังกล่าวสูงเกินไป
บราซิล ราคา MAP อยู่ที่ประมาณ 830-850 USD/ตัน CFR โดยผู้ซื้อคาดหวังราคาที่ลดลงตามต้นทุนกำมะถัน ขณะที่ผู้ผลิตยังเห็นว่าการลดลงของต้นทุนดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะปรับลดราคาขายทันที
ด้านอุปทาน จีนมีแนวโน้มยังจำกัดการส่งออก DAP/MAP จนถึงสิ้นปี เนื่องจากผู้ผลิตให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมสินค้าคงคลังภายในประเทศสำหรับฤดูหนาว
แนวโน้ม 30-60 วัน: Stable to Slightly Bearish
ปริมาณการซื้อขายที่จำกัดอาจทำให้ราคาประกาศยังค่อนข้างทรงตัว แต่หากต้นทุนกำมะถันลดลงต่อเนื่องและผู้ซื้อยังชะลอการจัดซื้อ ราคามีโอกาสอ่อนตัวลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดด้านการส่งออกจากจีน ความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งจากซาอุดีอาระเบีย และความเสี่ยงด้านอุปทานยังช่วยจำกัดแรงกดดันขาลง

โพแทช (MOP / SOP)
ราคา MOP เริ่มมีเสถียรภาพ ขณะที่ปัญหาโลจิสติกส์รัสเซียช่วยพยุงตลาด
ตลาดโพแทชเริ่มมีสัญญาณเปลี่ยนแปลงจากช่วงก่อนหน้า โดย ราคา MOP ในบราซิลเริ่มทรงตัวบริเวณระดับต่ำสุด ขณะที่ข้อจำกัดด้านการผลิตและการขนส่งของรัสเซียเริ่มมีผลต่อสมดุลอุปทาน
ราคา Brazil Granular MOP อยู่ที่ประมาณ 360-375 USD/ตัน CFR โดยระดับราคาด้านล่างของช่วงดังกล่าวทรงตัวต่อเนื่องเป็นเวลา 4 สัปดาห์
ด้านอุปสงค์ บราซิลนำเข้า MOP ในเดือนกันยายนประมาณ 1.08 ล้านตัน ลดลง 2% จากปีก่อน ขณะที่ยอดนำเข้าช่วงมกราคม-กันยายนลดลง 4% อยู่ที่ประมาณ 10.8 ล้านตัน
ปัจจัยสำคัญด้านอุปทานมาจากผู้ผลิตรายใหญ่ของรัสเซีย Uralkali ซึ่งลดกำลังการผลิตลงประมาณ 20% ส่งผลให้ปริมาณส่งออกในเดือนกันยายนลดลงประมาณ 200,000 ตัน และคาดว่าเดือนตุลาคมอาจมีปริมาณลดลงในระดับใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ การส่งออกธัญพืชของรัสเซียยังแข่งขันใช้ระบบรางและท่าเรือบอลติกกับการขนส่งปุ๋ย ทำให้ความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น
ประเทศไทย ราคา Granular MOP อยู่ที่ประมาณ 13,500-13,900 บาท/ตัน ณ คลังสินค้า (Ex-warehouse) ขณะที่ความต้องการตามฤดูกาลหลักคาดว่าจะสิ้นสุดลงภายในกลางเดือนตุลาคม
สำหรับ SOP ตลาดมีความแตกต่างกันตามภูมิภาค โดยราคาภายในประเทศจีนอ่อนตัวจากสินค้าคงคลังสูงและความต้องการปลายทางที่ลดลง ขณะที่ตลาดยูโรปยังค่อนข้างแข็งแรง โดยเฉพาะ SOP ชนิดเม็ด
แนวโน้ม 30-60 วัน: Stable with Mild Bullish Potential
MOP มีแนวโน้มทรงตัวในระยะแรก และอาจได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมหากปัญหาด้านอุปทานและโลจิสติกส์ของรัสเซียยืดเยื้อ อีกประเด็นสำคัญคือ การเจรจาสัญญาซื้อขาย MOP มาตรฐานของจีนสำหรับปี 2570 ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดระดับราคาอ้างอิงใหม่ของตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ความต้องการตามฤดูกาลที่อ่อนลงและระดับสินค้าคงคลังที่ยังเพียงพอในหลายตลาดจะจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผลกระทบและมุมมองต่อประเทศไทย
ประกอบกับประเทศไทยกำลังผ่านช่วงความต้องการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนหลัก จึงอาจช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนการนำเข้าในระยะสั้น หากราคาตลาดเอเชียปรับลดลงตามผลการประมูล
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าราคายูเรียจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากข้อจำกัดด้านการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและความเสี่ยงด้านอุปทานยังสามารถทำให้ราคาฟื้นตัวได้
สำหรับ Amsul ตลาดยังมีความไม่แน่นอนจากการจัดสรรโควตาส่งออกของจีน ขณะที่ DAP/MAP ยังคงมีราคาสูง และผู้ซื้อในประเทศไทยยังมีความระมัดระวังต่อระดับราคาเสนอ
ในด้าน MOP แม้ราคาในประเทศไทยมีแนวโน้มทรงตัว แต่ความเสี่ยงด้านอุปทานจากรัสเซียอาจจำกัดโอกาสที่ราคาจะลดลงเพิ่มเติม
ดังนั้น การประเมินต้นทุนปุ๋ยในประเทศควรพิจารณา โครงสร้างวัตถุดิบของแต่ละสูตร อัตราแลกเปลี่ยน ค่าระวางเรือ ต้นทุนสินค้าคงคลัง และช่วงเวลาความต้องการใช้จริงของเกษตรกร ร่วมกัน โดยไม่ควรนำการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดโลกมาเทียบกับราคาจำหน่ายภายในประเทศโดยตรง

บทสรุป
ตลาดวัตถุดิบปุ๋ยโลก ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2569 กำลังเข้าสู่ช่วงที่ แรงกดดันด้านราคาในระยะสั้นเพิ่มขึ้น แต่ความเสี่ยงด้านอุปทานในระยะกลางยังคงมีอยู่
Urea Bearish Near Term↓
ผลการประมูลของอินเดียสร้างแรงกดดันขาลง แต่ข้อจำกัดด้านอุปทานอาจทำให้ราคาฟื้นตัวในระยะถัดไป
Amsul Mixed →
ตลาดมีทิศทางแตกต่างกันตามภูมิภาค โดยจีนยังจำกัดการส่งออก ขณะที่ยุโรปมีอุปทานตึงตัว
DAP/MAP Stable to Slightly Bearish →↓
ราคายังอยู่ในระดับสูง แต่ผู้ซื้อมีความระมัดระวังและต้นทุนกำมะถันที่อ่อนตัวอาจสร้างแรงกดดันต่อราคา
MOP Stable / Mild Bullish Potential →↑
ราคาเริ่มมีเสถียรภาพ และข้อจำกัดด้านการผลิตและโลจิสติกส์ของรัสเซียอาจช่วยพยุงตลาด
ในช่วง 30-60 วันข้างหน้า ปัจจัยสำคัญที่ควรติดตาม ได้แก่ ผลสรุปการประมูลยูเรียของอินเดีย โควตาส่งออก Amsul ของจีน ทิศทางราคากำมะถัน ข้อจำกัดด้านการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และสถานการณ์การผลิตและส่งออกโพแทชจากรัสเซีย
ภาพรวมจึงยังไม่ใช่ภาวะที่ราคาวัตถุดิบปุ๋ยทุกชนิดจะปรับขึ้นหรือลงพร้อมกัน แต่เป็นช่วงที่ การเปลี่ยนแปลงด้านอุปสงค์และอุปทานของแต่ละผลิตภัณฑ์กำลังมีบทบาทต่อทิศทางราคาอย่างชัดเจน และจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
BACK