Menu
NEWS & ACTIVITIES

ตลาดปุ๋ยโลกเริ่มอ่อนตัว กลุ่มไนโตรเจนปรับลดลง ขณะที่ DAP ยังแข็งแกร่ง

ตลาดปุ๋ยโลกในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569 เริ่มเปลี่ยนมาอยู่ในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อมากขึ้น โดยเฉพาะปุ๋ยกลุ่มไนโตรเจน หลังผลการประมูลนำเข้ายูเรียครั้งล่าสุดของอินเดียออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ราคายูเรียและแอมโมเนียมซัลเฟตปรับตัวลดลงตาม
 
อย่างไรก็ตาม ทิศทางของวัตถุดิบแต่ละชนิดยังแตกต่างกัน โดย DAP ยังคงแข็งแกร่งจากอุปทานที่ตึงตัวและความต้องการซื้อจากเอเชียใต้ ขณะที่ MOP มีแนวโน้มทรงตัวถึงอ่อนตัวเล็กน้อยจากความต้องการซื้อตามฤดูกาลที่ชะลอลง
 
ภาพรวมจึงสามารถกล่าวได้ว่า ตลาดปุ๋ยโลกกำลังเข้าสู่ช่วง “ราคาอ่อนตัวลง แต่ไม่ใช่ทุกวัตถุดิบ” โดยเฉพาะกลุ่มฟอสเฟตที่ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนราคา

ยูเรีย (Urea)
ผลประมูลอินเดียกดดันตลาด ราคาอ่อนตัวชัดเจน
ตลาดยูเรียเปลี่ยนมาอยู่ในทิศทางอ่อนตัว หลังการประมูลของ RCF ประเทศอินเดียได้ข้อเสนอที่ระดับ 390.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และกลายเป็นระดับอ้างอิงใหม่ของตลาดในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน จีนยังคงมีการผลิตในระดับสูงและปริมาณสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น ทำให้มีแรงกดดันต่อราคาส่งออกมากขึ้น โดยราคา China Prilled Urea ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 365–385 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน FOB ขณะที่ราคาจากตะวันออกกลางลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 370–400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน FOB
ราคาตลาดสำคัญ
- India RCF Tender: 390.25 USD/ตัน CFR
- Middle East FOB: 370–400 USD/ตัน
- China Prilled Urea FOB: 365–385 USD/ตัน
 
ในช่วง 30–60 วันข้างหน้า ราคายูเรียมีแนวโน้มยังคงอ่อนตัวตลอดเดือนสิงหาคม แต่มีโอกาสเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่เดือนกันยายน หากความต้องการซื้อจากบราซิล สหรัฐอเมริกา และอินเดียกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น
สำหรับประเทศไทย การปรับลดลงของราคายูเรียถือเป็น สัญญาณบวกด้านต้นทุน เนื่องจากยูเรียเป็นทั้งปุ๋ยที่เกษตรกรใช้โดยตรงและเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตปุ๋ยสูตรผสม

แอมโมเนียมซัลเฟต (Ammonium Sulphate: AS)
ราคาปรับลดลงตามยูเรีย ผู้ซื้อมีอำนาจต่อรองมากขึ้น
ตลาดแอมโมเนียมซัลเฟตยังคงอยู่ในทิศทางอ่อนตัว โดยราคา China Standard AS ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 185–200 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน FOB
อีกปัจจัยสำคัญคือ การอนุมัติส่งออกผ่านกระบวนการ CIQ ของจีนมีความคล่องตัวมากขึ้น ทำให้ปริมาณสินค้าจากจีนที่สามารถเข้าสู่ตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อราคา
แม้ว่าผู้ซื้อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเริ่มกลับมาสอบถามราคามากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เร่งซื้อ เนื่องจากคาดว่าราคาอาจปรับลดลงได้อีก
ดังนั้น ในระยะสั้นตลาดยังคง เป็นตลาดของผู้ซื้อ (Buyer's Market) และผู้ซื้อมีอำนาจในการเจรจาต่อรองมากขึ้น
ราคาตลาดสำคัญ
- China Standard AS FOB: 185–200 USD/ตัน

ฟอสเฟต (DAP/MAP)
DAP ยังแข็งแกร่ง แต่ MAP เริ่มเผชิญแรงกดดัน
ตลาดฟอสเฟตมีทิศทางแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่าง DAP และ MAP สำหรับ DAP ตลาดยังคงแข็งแกร่ง โดยราคาในอินเดียทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 930–940 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR เนื่องจากอินเดียยังมีความต้องการนำเข้าสูง ขณะที่ปริมาณการส่งออกจากจีนยังมีจำกัด ส่งผลให้อุปทาน DAP ในตลาดโลกยังค่อนข้างตึงตัว
ราคาตลาดสำคัญ
- India DAP CFR: 930–940 USD/ตัน
ในทางกลับกัน MAP เริ่มอ่อนตัวลง เนื่องจากความต้องการซื้อจากบราซิลต่ำกว่าที่ตลาดคาด ทำให้ผู้ขายต้องปรับลดข้อเสนอเพื่อกระตุ้นการซื้อ
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะอยู่ในกลุ่มฟอสเฟตเหมือนกัน แต่ปัจจัยด้านอุปสงค์ของแต่ละตลาดกำลังทำให้ราคาเคลื่อนไหวแตกต่างกัน โดย DAP มีแนวโน้มรักษาระดับราคาได้ดีกว่า ขณะที่ MAP ยังมีแรงกดดันจนกว่าความต้องการจากบราซิลจะฟื้นตัว

โพแทช (MOP)
ราคาทรงตัวถึงอ่อนตัวเล็กน้อย จากความต้องการตามฤดูกาลที่ลดลง
ตลาด MOP ยังคงมีเสถียรภาพ แต่เริ่มมีแรงกดดันด้านราคาเล็กน้อย โดยการประมูลล่าสุดของอินโดนีเซียจำนวน 75,000 ตัน ได้ข้อสรุปที่ราคา 423 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากการประมูลครั้งก่อน
ขณะเดียวกัน ปริมาณสินค้าคงคลังบริเวณท่าเรือของจีนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.5 ล้านตัน ขณะที่บราซิลได้จัดซื้อ MOP สำหรับการเพาะปลูกถั่วเหลืองไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้ความต้องการนำเข้าในระยะสั้นชะลอลง
ราคาตลาดสำคัญ
- Indonesia Tender: 423 USD/ตัน CFR
แม้ยังมีความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์จากหลายพื้นที่ ทั้งทะเลดำ ระดับน้ำในแม่น้ำ Rhine และ Danube ข้อจำกัดของคลองปานามา และผลกระทบจากไฟป่าในแคนาดาต่อระบบราง แต่ปัจจุบันยังไม่พบการหยุดชะงักของอุปทานในระดับที่มีนัยสำคัญ
ดังนั้น MOP มีแนวโน้ม ทรงตัวถึงอ่อนตัวเล็กน้อย โดยตลาดจะติดตามการประมูลของบังกลาเทศจำนวน 250,000 ตันในวันที่ 18 สิงหาคม รวมถึงการจัดซื้อของอินโดนีเซียและมาเลเซียในช่วงปลายเดือน

ผลกระทบต่อประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย ทิศทางตลาดล่าสุดถือว่า เป็นบวกต่อแนวโน้มต้นทุนปุ๋ยมากขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะการปรับลดลงของราคายูเรียและแอมโมเนียมซัลเฟต ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของตลาดปุ๋ยไทย
อย่างไรก็ตาม การลดลงของราคาวัตถุดิบโลก ไม่ได้หมายความว่าราคาปุ๋ยทุกสูตรในประเทศไทยจะปรับลดลงทันทีเนื่องจาก DAP ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของปุ๋ยสูตรผสมยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ MOP ลดลงค่อนข้างจำกัด
นอกจากนี้ ต้นทุนปุ๋ยในประเทศยังขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ค่าระวางเรือ ระยะเวลาการขนส่ง และต้นทุนสินค้าคงคลังที่ผู้ประกอบการนำเข้ามาก่อนหน้านี้
ดังนั้น หากราคายูเรียและ AS ในตลาดโลกยังอ่อนตัวต่อเนื่อง และไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระทบด้านอุปทาน แรงกดดันด้านต้นทุนปุ๋ยของประเทศไทยมีโอกาสผ่อนคลายลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะต่อไป

สรุปสถานการณ์
ภาพรวมตลาดปุ๋ยโลก ณ กลางเดือนสิงหาคม 2569 เปลี่ยนจากภาวะราคาสูงและผันผวนในช่วงก่อนหน้า มาเป็นตลาดที่ผู้ซื้อเริ่มมีอำนาจต่อรองมากขึ้น
Urea และ AS มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ DAP ยังคงแข็งแกร่งจากอุปทานที่จำกัดและความต้องการของอินเดีย ส่วน MAP และ MOP มีแรงกดดันจากความต้องการซื้อที่ชะลอตัว
สำหรับประเทศไทย ภาพตลาดล่าสุดถือเป็นสัญญาณบวกต่อด้านต้นทุน แต่การปรับตัวของราคาปุ๋ยในประเทศจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และแตกต่างกันในแต่ละสูตร จึงยังจำเป็นต้องติดตาม การจัดซื้อของอินเดียและบราซิล การส่งออกของจีน อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนการขนส่งระหว่างประเทศ อย่างใกล้ชิด
BACK