Menu
NEWS & ACTIVITIES

สถานการณ์ตลาดปุ๋ยโลก: อุปทานตึงตัว ต้นทุนเพิ่ม และความผันผวนของราคา


สถานการณ์ตลาดปุ๋ยโลก: อุปทานตึงตัว ต้นทุนเพิ่ม และความผันผวนของราคา
Global Fertilizer Market Update: Supply Tightness, Rising Costs, and Market Volatility


ภาพรวมตลาด (Overall Trend)
ปัจจุบันตลาดปุ๋ยโลกกำลังอยู่ในช่วง ขาขึ้นและมีความตึงตัวสูง โดยราคาปรับเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มวัตถุดิบหลัก ทั้งไนโตรเจน ฟอสเฟต และโพแทช สาเหตุสำคัญมาจากปัจจัยด้านอุปทานที่ถูกจำกัด พร้อมกับความต้องการซื้อจากบางประเทศที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อภาพรวมตลาด ได้แก่
  • ภาวะ supply ตึงตัว จากการหยุดชะงักของการผลิตและการส่งออกในบางภูมิภาค
  • ความต้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจากอินเดีย ซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของโลก
  • ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของสินค้าและพลังงาน
       ผลจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ต้นทุนปุ๋ยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อเทียบกับราคาพืชผลในปัจจุบัน พบว่าความสามารถในการเข้าถึงปุ๋ยของเกษตรกร (fertilizer affordability) ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 5 ปี ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนในภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

Urea (ตลาดที่มีความตึงตัวและปรับขึ้นสูงสุด)
ตลาดยูเรียในปัจจุบันถือเป็นกลุ่มที่มีการปรับตัวขึ้นแรงที่สุด โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจาก การประมูลนำเข้าปริมาณมากของอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าหลักของโลก

สถานการณ์สำคัญ 
  • การประมูลของ IPL (Indian Potash Limited) ในวันที่ 15 เมษายน เป็นตัวกำหนดทิศทางราคา ตลาด
  • ระดับราคาที่เสนอ
    • ฝั่ง West Coast: ประมาณ 935 ดอลลาร์ต่อตัน CFR
    • ฝั่ง East Coast: ประมาณ 959 ดอลลาร์ต่อตัน CFR
  • คาดว่าจะมีการจัดสรรปริมาณรวม 2.0–2.5 ล้านตัน
  • ราคา FOB เทียบเท่าจากโอมานอยู่ที่ประมาณ 920 ดอลลาร์ต่อตันขึ้นไป
​ผลกระทบต่อโครงสร้างตลาด 
การที่อินเดียดูดซับ supply ปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น ทำให้สินค้าในตลาดโลกถูกเบี่ยงเบนไปยัง อินเดีย ส่งผลให้ availability ในภูมิภาคอื่นลดลงอย่างรวดเร็ว และทำให้ตลาดตึงตัวมากขึ้น 

แนวโน้ม 
ในระยะสั้น ราคายูเรียยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากแรงกดดันด้าน supply อย่างไรก็ตาม มีความ เป็นไปได้ที่จะเกิดการปรับฐานของราคา หาก supply กลับเข้าสู่ตลาด เช่น กรณี
  • การเปิดเส้นทางขนส่งผ่าน Hormuz
  • หรือการกลับมาส่งออกของจีน


Phosphates (DAP / MAP) 
ตลาดปุ๋ยฟอสเฟตยังคงอยู่ในภาวะตึงตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีลักษณะเป็น structural tightness มากกว่าปัจจัยระยะสั้น

ปัจจัยสำคัญ 
  • Supply จำกัดจากผู้ผลิตหลัก เช่น ซาอุดีอาระเบีย และจีน
  • ต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะ sulphur ปรับขึ้นสูงกว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงผิดปกติ
ระดับราคา
  • DAP อยู่ในช่วงประมาณ 850–900 ดอลลาร์ต่อตัน CFR
  • MAP อยู่ในช่วงประมาณ 880–900 ดอลลาร์ต่อตัน CFR
​พฤติกรรมตลาด 
แม้ราคาจะอยู่ในระดับสูง แต่กิจกรรมการซื้อขายค่อนข้างชะลอ เนื่องจากผู้ซื้อจำนวนมากชะลอการ ตัดสินใจจากความไม่แน่นอนของราคาและต้นทุน

แนวโน้ม 
ราคามีแนวโน้ม ทรงตัวถึงปรับขึ้น จากข้อจำกัดด้าน supply และต้นทุนวัตถุดิบที่ยังอยู่ในระดับสูง 


Potash (MOP) 
ตลาดโพแทชมีลักษณะการปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีเสถียรภาพมากกว่ากลุ่มอื่น

ปัจจัยสนับสนุน 
  • Supply ในไตรมาส 2 มีความตึงตัว โดยไม่มีสินค้า spot จาก Canpotex
  • ต้นทุน logistics ที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โลก
แนวโน้ม
ราคามีแนวโน้มปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ช้ากว่ากลุ่มยูเรียและฟอสเฟต อย่างไรก็ตาม เริ่มมีความเสี่ยงที่ demand อาจชะลอตัว หากราคาปรับขึ้นต่อเนื่องมากเกินไป


Ammonia
ตลาดแอมโมเนียอยู่ในภาวะขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีแรงกดดันจาก supply disruption

สถานการณ์สำคัญ
  • ราคาปรับขึ้นสูงกว่า 800 ดอลลาร์ต่อตัน CFR (benchmark อินเดีย)
  • มีการหยุดชะงักของ supply จาก
    • การระงับการส่งออกของอิหร่าน
    • และการปิดซ่อมบำรุงของโรงงาน

แนวโน้ม
ราคายังคงมีแรงกดดันในทิศทางขาขึ้นต่อเนื่อง จากข้อจำกัดด้าน supply

ประเด็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ได้แก่
  • สถานการณ์ช่องแคบ Hormuz ซึ่งมีผลโดยตรงต่อ supply และ logistics
  • นโยบายการส่งออกของจีน ซึ่งอาจช่วยคลาย supply หากมีการผ่อนคลาย
  • ความเสี่ยงด้าน demand ที่อาจลดลงจากราคาที่สูงเกินไป
เรียบเรียงโดยฝ่ายวิชาการ
สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย



 
BACK